Thailand

ADVICE

Winter Clothing Layers
(การแต่งกายสำหรับท่องเที่ยวในสถานที่ที่มีสภาพอากาศหนาวเย็น)
 
ควรแต่งกายเป็นเลเยอร์ เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสภาพอากาศในแต่ละสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม
3 เลเยอร์ที่มีความสำคัญ เพื่อช่วยให้ร่างกายอบอุ่น
 
 
"Base Layer" or "Long Underwear" or "Long johns" or "Thermal Underwear" ทั้งหมดนี้คือ ศัพท์ที่ใช้เรียกชุดชั้นในสำหรับหน้าหนาว
 
สิ่งสำคัญสำหรับชุดชั้นในหน้าหนาวเพื่อท่องเที่ยว หรือ การทำกิจกรรมกลางแจ้ง คือ การให้ความอบอุ่น และ การระบายความชื้นได้เร็ว (ซึ่งวัสดุประเภท ผ้าฝ้ายเป็นสิ่งต้องห้าม) ทั้งนี้เพื่อช่วยควบคุมอุณหภูมิที่ผิวของเราไม่ให้เปลี่ยนแปลงเร็วจนเกินไปจนทำให้ไม่สบาย
 
ระดับความอุ่น ดูได้ตามความเหมาะสมของสถานที่ที่จะไป และ กิจกรรมที่จะทำ ถ้าเป็นพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็นมากๆ ให้เลือกชนิดที่มีความอุ่นมากขึ้น ซึ่งดูได้จากความหนาของเนื้อผ้าที่จะหนามากกว่าชนิดธรรมดา หรือ อาจมีผ้าบุด้านในเสริมขึ้นมาอีกก็จะยิ่งอุ่นขึ้น (แต่ต้องพึงระวัง อุ่นมากเกินไปอาจร้อน! และ ทำให้ร่ายกายผลิตความชื้นออกมาที่ผิวหนังซึ่งก็ไม่เป็นผลดี เพราะร่างกายอาจสูญเสียความอบอุ่นได้อย่างรวดเร็วเมื่อความชื้นระเหยออกไป)
 
ถ้าไปทำกิจกรรมประเภทแอคทีฟอยู่แล้ว ใช้แบบความหนาธรรมดาก็เพียงพอ เพราะร่างกายจะมีความอบอุ่นสูงขึ้นเมื่อมี aerobic activities เช่น เดินเร็ว, ไฮกิ้ง, วิ่ง, เล่นสกี หรือ เล่นกีฬากลางแจ้งประเภทอื่นๆ ยิ่งมีการเคลื่อนไหวร่างกายที่น้อย หรือ ช้ามากเท่าไหร่ อาจต้องการเสื้อผ้าที่ให้ความอบอุ่นมากขึ้นเท่านั้น
 
ชุดชั้นในสำหรับฤดูหนาวของ The North Face มี 3 ระดับ คือ
  1. Light (ไลท์) รุ่นเริ่มต้น น้ำหนักเบา ระบายอากาศดี แห้งเร็ว เหมาะสำหรับสวมใส่เพื่อเล่นกีฬาในฤดูหนาว เช่น วิ่ง, ไฮค์กิ้ง, สกี หรือ สโนว์บอร์ด เป็นต้น
  2. Warm (วอร์ม) รุ่นที่ให้ความอบอุ่นระดับปานกลาง ผ้าจะมีความหนามากขึ้นกว่ารุ่นไลท์ ซึ่งก็จะให้ความอบอุ่นได้มากกว่า เหมาะสำหรับการใส่เพื่อให้ความอบอุ่นกับร่างกายในขณะที่ออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น การไฮค์กิ้ง หรือ การท่องเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ โดยทั่วไป
  3. Expedition (เอ็คซ์พิดีชั่น) เป็นรุ่นที่ให้ความอบอุ่นได้ดีที่สุด ที่มีจำหน่ายในเมืองไทย เหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่หนาวเย็นเป็นเวลานานๆ
 
ค้นหาสินค้าของผู้ชาย | ค้นหาสินค้าของผู้หญิง | ดูตัวอย่างรีวิว: youtube.com
สินค้าคอลเลคชั่นใหม่ หน้าหนาวปี 2017 มีจำหน่ายแล้ว สาขา :คลิก
 
 
Mid Layer หรือ เสื้อชั้นที่ทำหน้าที่เป็นฉนวนกักเก็บความอบอุ่นให้กับร่างกาย (ทำให้ร่างกายสูญเสียความอบอุ่นไปได้ช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้) เป็นชั้นที่อยู่ถัดออกมาจากเสื้อผ้าที่เป็นชุดชั้นใน หรือ เสื้อผ้าปกติที่สวมใส่ทั่วไป เช่น เสื้อยืดแขนยาว และ เสื้อเชิ้ต ต่างๆ
 
วัสดุที่ใช้ผลิตเสื้อกลุ่มนี้ แยกได้หลักๆ คือ วัสดุธรรมชาติ และ วัสดุสังเคราะห์
  • วัสดุธรรมชาติ ตัวอย่าง ขนสัตว์ต่างๆ เช่น Down (ขนห่าน ขนเป็ด หรือ ขนนก), Wool (ขนแกะ) และ อื่นๆ
  • วัสดุสังเคราะห์ ตัวอย่าง ใยสังเคราะห์แบบต่างๆ เช่น Primaloft, Thermoball, Heatseeker, Polar fleece, Apex ClimateBlock และ อื่นๆ
การเลือกใช้ให้เหมาะสม ควรพิจารณาจากหัวข้อคร่าวๆ ดังนี้
  1. สถานที่ และ สภาพอากาศ
  2. กิจกรรมที่ทำ
  3. วัสดุที่ใช้ผลิต
  4. งบประมาณ
 
ค้นหาสินค้า เพิ่มเติม
 
Polar Fleece - ไปเที่ยวทั่วๆ ไป มีอากาศเย็นสบาย ต้องการการดูแลรักษาง่าย ราคาย่อมเยาว์ ระดับความอุ่นขึ้นอยู่กับความหนา และ น้ำหนักของผ้าฟลีซ ยิ่งมีกรัมสูง ยิ่งอุ่น เช่น 100g, 200g, 300g เป็นต้น
 
 
Thermoball / Heatseeker - ไปทำกิจกรรม เอาท์ดอร์ (active activities) เช่น ไฮกิ้ง, วิ่ง, หรือ สกี ในที่ที่มีอากาศเย็น จนถึงค่อนข้างหนาว อาจเจอสภาวะชื้นหรือมีหิมะบ้าง วัสดุพวกนี้ไม่อมความชื้น จึงทำให้เป็นฉนวนที่ดีในสภาวะอากาศลักษณะแบบนี้ ระดับราคาปานกลาง
 
 
Down (หมายเหตุ แบรนด์The North Face ใช้แต่ขนห่านแท้ 100% เกรดพรีเมี่ยม เท่านั้น) ขนห่านเป็นวัสดุฉนวนกักเก็บความ อบอุ่นที่มีคุณภาพดีที่สุด เมื่อเปรียบเทียบเชิงน้ำหนัก เพราะในขณะที่ตัวดาวน์มีน้ำหนักเบามาก แต่ก็ยังมีประสิทธิภาพดีมากเทียบเท่ากับวัสดุอื่นๆ ที่อาจให้ระดับความอุ่นที่เท่าๆ กัน เช่น เสื้อขนแกะที่มีความอุ่นมากก็จะมีน้ำหนักมากกว่า เสื้อขนห่านที่ให้ความอบอุ่นที่พอๆ กัน ดังนั้นในอุตสาหกรรม เสื้อผ้า อุปกรณ์ กันหนาวสำหรับกิจกรรม เอาท์ดอร์ จึงเลือกใช้ ขนสัตว์ปีกเพื่อนำมาวัตถุดิบในการผลิตเป็นส่วนมาก ทั้งนี้ก็เพื่อลดน้ำหนักของผลิตภัณฑ์ เพื่อลดภาระน้ำหนักของสัมภาระลงให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
 
เหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้ง และ การท่องเที่ยวทั่วไป หรือ ใช้สำหรับทำให้ร่างกายอบอุ่นหลังจากกิจกรรมเอาท์ในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็
 
เกรดของขน มีมาตรวัดที่เรียกว่า Fill Power มีตั้งแต่ 550, 600, 700 สูงสุดคือ 900 (ตามมาตรวัดแบบสากล) ตัวเลขยิ่งมากยิ่งเป็นขนที่มีคุณภาพสูง นอกจากนี้ความอบอุ่นที่จะได้รับก็ขึ้นอยู่กับน้ำหนักของขนดาวน์ที่ใช้สำหรับผลิตเสื้อรุ่นนั้นๆ ด้วย ยิ่งใส่มากยิ่งอุ่น (แต่ยิ่งจะมีราคาสูงตามไปด้วย)
 
มีข้อสังเกตสำหรับดาวน์ดังนี้ ขนสัตว์จะไม่ถูกกับความชื้น เมื่อชื้นจะไม่เป็นฉนวนที่ดี เพราะจะยุบตัว การดูแลรักษาค่อนข้างละเอียดอ่อน และ ยุ่งยาก และ ที่สำคัญระดับราคาสูง
 
Outer Layer หรือ Shell
Outer Layer หรือ Shell (เชลล์ หรือ ที่ภาษาไทยแปลว่าเปลือก หรือ กระดอง) เป็นเสื้อผ้าที่อยู่ชั้นนอกที่สุด เป็นเกราะปกป้องเสื้อผ้าชั้นในอื่นๆ และ ร่ายกายของเรา จากปัจจัยภายนอกเช่น น้ำ ลม หิมะ หรือ อื่นๆ โดยปัจจัยภายนอกเหล่านี้จะเป็นตัวเร่งทำให้เราสูญเสียความอบอุ่นได้อย่างง่ายดาย
 
 
ประเภทของเสื้อผ้ากลุ่มนี้ แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ Hard Shell (ฮาร์ดเชลล์) และ Soft Shell (ซอฟ์ทเชลล์) ซึ่งสังเกตความแตกต่างได้ง่ายๆ จากลักษณะของวัสดุที่นำมาใช้ผลิต และ ฟังชันของเสื้อตัวนั้นๆ
 
 
Hard Shell (ฮาร์ดเชลล์) โดยปกติจะหมายถึงเสื้อ/แจ็คเก็ตกันน้ำ (หรือภาษาอังกฤษใช้คำว่า "Water Proof" jacket) ซึ่งปกติถ้ากันน้ำได้ก็จะสามารถกันลมได้ในตัวอยู่แล้ว การยืดหยุ่นตัวของเสื้อประเภทนี้จะน้อยมาก การระบายอากาศจากข้างในออกข้างนอกทำได้ช้ากว่าเสื้อผ้าปกติมากเนื่องจากโครงสร้างเส้นใยของตัววัสดุ แต่ก็มีวัสดุบางตัวที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูงเพื่อทำให้ผ้ากันน้ำได้ แต่ก็ยังระบายอากาศได้ดีด้วย (เท่าที่ผ้ากันน้ำจะสามารถทำได้ แต่ไม่สามารถเทียบเท่ากับผ้าปกติธรรมดาทั่วไป) โดยชื่อแบรนด์ผู้ผลิตผ้ากันน้ำ ซึ่งเป็นผุ้ที่ทำให้คำว่า "Water Proof and Breathable" เป็นจริงขึ้นในวงการเสื้อผ้าเอาท์ดอร์ และเป็นแบรนด์ที่นักสำรวจมืออาชีพทั่วโลกให้ความไว้วางใจก็คือ Gore-Tex (กอร์-เทกซ์) หรือ จะเป็นวัสดุที่ทาง The North Face คิดค้นขึ้นเอง ชื่อว่า DryVentก็เป็นทางเลือกสำหรับผ้ากันน้ำที่มีคุณภาพสูงเช่นกัน
 
 
Soft Shell (ซอฟ์ทเชลล์) จะเหมาะสำหรับกันลม และ ละอองน้ำ ละออกฝน หรือ ละอองหิมะ ภาษาอังกฤษใช้คำว่า "Water Repellent" ดังนั้นโดยส่วนใหญ่ซอฟ์ทเชลล์จะมีความยืดหยุ่นตัวที่ดีกว่า และ มีการระบายอากาศจากภายในออกสู่ภายนอกได้ดีกว่าฮาร์ดเชลล์ ชื่อเทคโนลีที่จะได้เห็นสำหรับแจ็คเก็ตประเภทนี้ เช่น WindStopper, WindWall, และ Apex ClimateBlock แต่ก็มี Soft Shell บางประเภทที่เป็นแบบกันน้ำ 100% ได้เหมือนกัน เช่น รุ่น APEX FLEX GTX JACKET แต่เสื้อแบบนี้ก็จะมีข้อด้อยบางอย่าง เช่น สูญเสียฟังชั่นการระบายอากาศที่ดีไปบ้าง และ อาจมีน้ำหนักที่มากขึ้น
 
การเลือก ให้ดูจากสภาพภูมิอากาศ สถานที่ ลักษณะกิจกรรมที่ไปทำ และ งบประมาณ ยิ่งสามารถทำหน้าที่ได้หลายอย่างในตัวเดียวกันก็ยิ่งมีระดับราคาสูง และ ถ้ายิ่งน้ำหนักเบาก็ยิ่งราคาสูงขึ้นอีก แต่ถ้าไปทำกิจกรรมประเภท Expedition เสื้อกลุ่มนี้มีความสำคัญมาก และ ต้องการผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง ที่สามารถปกป้องได้แม้ในสภาวะอากาศเลวร้าย (เช่นพายุหิมะ)
 
ค้นหาสินค้า Hard Shell เพิ่มเติม | ค้นหาสินค้า Soft Shell เพิ่มเติม
สินค้าคอลเลคชั่นใหม่ หน้าหนาวปี 2017 มีจำหน่ายแล้ว ค้นหาสาขา คลิก
 
 
 
 
© The North Face® AP 2013